fbpx

แนวทางการเตรียมไฟล์ (ในกรณีลูกค้าออกแบบเอง)

1. การสร้างเส้นไดคัท

เว้นพื้นที่ว่าง 3 มม : คุณจะต้องเว้นพื้นที่ว่างเอาไว้ประมาณ 3 มิลลิเมตร เป็นพื้นที่เอาไว้ให้เครื่องตัดวิ่ง เนื่องจากเครื่องตัดจะมีระยะตัดที่เบี้ยวอยู่ประมาณ 2 มิลลิเมตร หากคุณวางเส้นตรงกับขอบพอดีคุณอาจจะได้งานที่มีขอบขาวเนื่องจากตัดไปโดนตรงที่ไม่ได้เทสีเอาไว้ นอกจากนี้คุณควรที่จะแยกเลเยอร์ของเส้นไดคัทมาให้ดีและตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนสั่งงาน เพราะว่า หากสั่งงานเรียบร้อยแล้วจะไม่มีทางย้อนกลับมาเปลี่ยนแปลงได้อีก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างเส้นไดคัทไม่ว่าจะเป็นใน Photoshop หรือ Illustrator สามารถดูวีดีโอได้ ที่นี่

2. ใช้โหมดสี CMYK เท่านั้น

คุณจะต้องใช้โหมดสี CMYK เท่านั้น หากใช้โหมดสี RGB สีจะเพี้ยน เราไม่รับผิดชอบกรณีสีเพี้ยนหากไฟล์เป็น RGB

3. ขนาดของไฟล์

คุณจะต้องตรวจสอบให้ถูกต้องว่าคุณได้ทำไฟล์มาถูกขนาดตามที่สั่งงานเอาไว้ หากปริ้นท์ชิ้นงานออกมาแล้วผิดขนาดจะส่งผลให้เอาไปใช้งานไม่ได้และจะเสียวัสดุไปฟรีๆ คุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้เพื่อช่วยวัดขนาดสินค้าของคุณ:

  1. เทปวัดรอบเอว: สามารถใช้วัดความยาวของวัสดุที่เป็นทรงกระบอกได้อย่างง่ายดาย
  2. ไม้บรรทัด: เป็นเครื่องมือที่จำเป็นต้องมีเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อวัดขนาดวัสดุต่างๆ
4. สร้าง Mock-up ก่อนสั่งผลิต

ไม่ว่าคุณจะสั่งผลิตอะไรก็ตามคุณควรที่จะสร้าง Mock-up ขึ้นมาก่อนโดยเฉพาะในกรณีของบรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ดิจิตอล ออฟเซ็ต และ สติ๊กเกอร์ การทำ Mock-up จะทำให้คุณเห็นว่าสิ่งพิมพ์ของคุณจะสามารถนำมาใช้งานจริงได้หรือไม่

แต่หากคุณให้เราออกแบบให้ เราจะทำ Mock-up ขึ้นมาอยู่แล้ว (ในกรณีที่คุณส่งตัวอย่างสินค้ามาให้เรา) เพียงแค่คุณเลือกให้เราออกแบบตอนจะซื้อสินค้าเท่านั้นเอง

5. การใช้รูปภาพที่ไม่ใช่เว็คเตอร์

HQ Image: คุณจะต้องใช้รูปภาพที่มี Resolution 300 ppi เท่านั้น

Embed Image: คุณจะต้อง Embed รูปภาพในไฟล์ของคุณ หากไม่มีการ Embed เราไม่การีนตรีว่าเวลาพิมพ์ออกมาแล้วจะมีรูปภาพ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Embed รูปภาพสามารถดูวีดีโอได้ ที่นี่

6. การใช้สีเทา

หากคุณใช้สีเทา ไม่ว่าจะเป็นในตัวหนังสือ หรือ พื้นหลัง คุณจะต้องปิดค่าสี C M Y ให้เหลือ 0% ให้หมด และใช้ค่า K 0-100% ปรับความเข้มข้นของสีดำเพื่อที่จะได้สีเทาที่คุณต้องการ

7. การใช้สีดำ

หากใช้สีดำในตัวหนังสือเล็ก: หากคุณมีตัวหนังสือเล็กๆที่เป็นสีดำ คุณควรจะปิดค่าสี C M Y ให้เหลือ 0% และใช้ K = 80%-100% แทนเพื่อทำให้ไม่เกิดการ Overprint จนตัวหนังสือหนาเกินไป

หากใช้สีดำในพื้นที่ใหญ่: หากคุณออกแบบ Background เป็นสีดำ หรือ ใช้สีดำในพื้นที่ใหญ่ๆ คุณควรที่จะตั้งค่าสีดำให้ทั้ง CMYK = 100% หมดเลยเพื่อให้สีดำนั้นดูดำสนิทเทสีให้หมดสีดำจะได้ไม่จาง หากไม่เทเต็มที่สีดำอาจจะดูจางๆคล้ายๆเทาได้

 

8. เส้นหรือตัวอักษรที่หนาน้อยกว่า 0.2 pt

< 2 pt ใช้สี: หากคุณมีตัวอักษร หรือ เส้นที่มีความหนาน้อยกว่า 0.2 pt คุณสามารถใช้ได้แค่ 2 คู่สีเท่านั้น หากมากกว่านั้นตัวหนังสือ หรือ เส้น อาจจะไม่ชัด

< 2 pt สีขาว: คุณควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เส้นหรือตัวหนังสือสีขาวที่มีความหนาน้อยกว่า 0.2 pt. เนื่องจากการพิมพ์ในระบบ CMYK นั้นจะไม่มีการพิมพ์สีขาว ดังนั้นสีขาวที่คุณเห็นคือสีของพื้นผิวกระดาษหรือวัสดุที่ใช้ หากคุณออกแบบมาเล็กเกินไปจะทำให้สีที่อยู่รอบๆเส้นหรือตัวอักษรซึมเข้าไปข้างในจนทำให้เส้นมันไม่ชัดหรือไม่เป็นสีขาว

9. สร้าง Outline ให้ตัวหนังสือ

คุณจำเป็นที่จะต้องสร้าง Outline ให้กับตัวหนังสือทุกครั้ง เพราะว่าเราอาจจะไม่มี Font ที่คุณใช้ในการเขียนตัวหนังสือ หากไม่ได้ Outline มาเราจะติดต่อกลับไปให้คุณจัดการให้เรียบร้อย ซึ่งจะส่งผลทำให้ล่าช้าต่อการผลิต นอกจากนี้เราจะไม่รับผิดชอบหากงานพิมพ์ออกมาแล้วไม่มีตัวหนังสือ เพราะเราอาจจะไม่ทันสังเกตได้ว่างานของคุณขาดตัวหนังสือไป

10. สกุลไฟล์ที่รับได้

เราสามารถรับไฟล์สกุล PDF ได้ หากเป็นไฟล์สกุล jpg, png, TIFF หรือสกุลไฟล์รูปที่ไม่มีเว็คเตอร์เราอาจจะมีการชาร์จค่าปรับเปลี่ยนแบบเพิ่มเติม

11. ใช้หนังสือแพนโทน Pantone

เพื่อป้องกันปัญหาสีเพี้ยน และ ช่วยให้คุณออกแบบสีได้ง่ายขึ้นคุณควรที่จะใช้สีแพนโทน บางครั้งหน้าจอของคุณอาจจะยังไม่ได้ Calibrate ทำให้สีบนหน้าจอเพี้ยนเวลาพิมพ์ออกมา เราจึงแนะนำให้ใช้สี Pantone ในการออกแบบจะดีที่สุด

Email Us